OurIcon

ต้นกำเนิด นู๋ Hello Kitty

posted on 05 Sep 2008 12:52 by emonscenemustnoe  in OurIcon

เห็นบทความต้นกำเนิดของน้องเหมียว kitty ที่เป็นสัญลักษณ์ของสาว scene ทั้งหลาย เลยเอามาฝากค่ะ น่ารักมากๆเลย ลองอ่านดู

 

ใครคือคนคิด 'เฮลโล คิตตี้' แมวน้อยสีชมพูแสนน่ารักตัวนี้ เราหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ
       
        ผู้ที่ให้กำเนิด เจ้าเหมียวสีชมพูหวานแหววเป็นคนแรก คือ อีกูโกะ ชิมิซู ดีไซเนอร์ของบริษัทซานริโอ เธอออกแบบเอาไว้เมื่อปี 1974 ทว่า หลังจากที่สร้างเฮลโล คิตตี้ ขึ้นมาเพียงปีเดียว เธอก็ออกจากบริษัท และผู้ที่มารับหน้าที่เป็นดีไซเนอร์ให้ คิตตี้ คนที่สองต่อจากชิมูซู ก็คือ เซ็ตซูโกะ โยนิกูโบ ซึ่งรับช่วงต่อเป็นเวลา 5 ปี ก่อนที่จะส่งมอบหน้าที่ดังกล่าวมาให้ ยูโกะ ยามางูชิ ซึ่งยังคงเป็นดีไซเนอร์ให้กับเจ้าเหมียว คิตตี้มาจนถึงปัจจุบัน
       
        อันที่จริง หนูๆ ทั้งหลายจะเรียกคิตตี้ว่า เจ้าแมวน้อยไม่ได้แล้วนะ เพราะหากนับตั้งแต่วันที่เธอถือกำเนิดขึ้นมา (1 พฤศจิกายน 1974) จนถึงตอนนี้อายุอานามของเธอก็ปาเข้าไปจะ 34 ปีแล้ว คงจะเป็นคุณน้า คุณป้าแล้วกระมัง
       
        ที่เฮลโล คิตตี้ มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษก็เพราะว่า ในช่วงที่มันถูกสร้างขึ้นมานั้น กระแสนิยมในวัฒนธรรมแบบชาวผู้ดีเป็นที่คลั่งไคล้มากในหมู่เด็กสาวแดนปลาดิบ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของบริษัทซานริโอ โดยชื่อคิตตี้ มาจาก ชื่อแมวตัวหนึ่งของ อลิซ ซึ่งเป็นตัวละครในหนังสือชื่อ "Through the Looking-Glass " ของ ลูว์อิส แคร์โรล
       
        เดิมที คิตตี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นตราสัญลักษณ์ให้แก่ผลิตภัณฑ์ประเภทของใช้กระจุกกระจิกสำหรับเด็กสาว ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์เครื่องเขียน หรือกระเป๋าสตางค์ เป็นต้น
       
        แต่ปัจจุบัน ตราสัญลักษณ์รูปเจ้าเหมียวสีชมพูไม่มีปากตัวนี้ได้โผล่ไปปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์แทบจะทุกชนิดเรียกได้ว่าตั้งแต่ซากกะเบือยันเรือรบเลยทีเดียว ด้วยเพราะกระแสนิยมในตัวเจ้าเหมียวที่แพร่กระจายออกไปทั่วโลกนี่เองที่ทำให้ไม่ว่าบริษัทซาริโอ จะผลิตสินค้าตัวใหม่ตัวไหนออกมาสู่ตลาด ก็จะได้รับการตอบรับจากบรรดาคิตตี้แฟนคลับอยู่เสมอๆ
       
        กระแสนิยมในตัวคิตตี้ทำให้เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่ตราสัญลักษณ์บนผลิตภัณฑ์ หากแต่เธอยังถูกจับให้เป็นตัวการ์ตูนที่มีชีวิต จิตใจ มีประวัติส่วนตัว ไม่ต่างจากตัวการ์ตูนยอดนิยมๆ ตัวอื่นๆ อีกด้วย
       
        การ์ตูนเฮลโล คิตตี้ เรื่องแรกสุด (Hello Kitty's Furry Tale Theatre) ออกอากาศเมื่อปี 1987 ก่อนที่ผู้ผลิตการ์ตูนทีวีชาวอเมริกันจะสร้างการ์ตูน "Hello Kitty and Friends" ออกมาเผยแพร่ทางช่องซีบีเอสในปี 1991
       
        จากนั้น ทางฝั่งญี่ปุ่นก็ได้สร้าง "Hello Kitty's Paradise" ที่มีความยาว 16 ตอนออกมา โดยออกอากาศระหว่างปี 1993 - 1994 และมีการนำไปแปลงเป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษ และออกอากาศในเดือนพฤศจิกายน 2002
       
        จากการ์ตูนทีวีนี่เอง ที่ทำให้เรารู้จักตัวตนที่แท้จริงของคิตตี้และครอบครัวมากยิ่งขึ้น จะมีซักกี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้วคิตตี้เกิดที่มหานครลอนดอนไม่ใช่กรุงโตเกียว และเธอยังมีพี่น้องฝาแฝดอีกหนึ่งตัว ชื่อว่า "มิมมี" นอกจากนี้ เธอยังมีคนรู้ใจแล้วด้วยชื่อว่า "เดียร์ ดาเนียล" ผู้ซึ่งได้มอบหนูแฮมสเตอร์ที่ชื่อว่า "ซูการ์" ให้แก่คิตตี้เป็นสัตว์เลี้ยงแทนใจ ทว่า คิตตี้ยังมีสัตว์เลี้ยงอีกตัวหนึ่งเป็นแมวน้อยขนปุยนามว่า "ชามมี" ซึ่งมีหน้าตาละม้ายคล้ายกับคิตตี้เป็นอย่างยิ่ง โดยจอร์จ ไวต์ ผู้เป็นพ่อของเธอเป็นผู้มอบให้

 เครดิต : นสพ.ผู้จัดการรายวัน

 

เป็นที่รุๆกันนะคะว่า เจ้า Gloomy Bear เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการเป็น Scene เพราะฉะนั้นมาอ่านประวัติของเจ้าตัวชมพูนี่กันดีกว่านะ

ทุกคนคงจะเคยเห็นเจ้าหมีจอมซาดิสม์กระหายเลือดตัวนี้มาแล้ว แต่น้อยคนคงรู้ว่ามันมีชื่อว่า Gloomy Bear หมีที่เกิดจากจินตนาการของหนุ่มยุ่นจากเมืองโอซาก้า ซึ่งดูเผินๆ ช่างเป็นสีชมพู โซคิ้วท์แอนด์คาวาอิ๊-คาวาอี้ ราวกับผุดมาจากมิติเดียวกับเหมียวคิตตี้ก็ไม่ปาน ถ้าไม่เผลอพามันกลับบ้านจนโดนซ้อมสะบักสะบอม ใครจะไปรู้ฟระว่ามันผุดมาจากนรก!!

ทำไมคุณถึงสร้าง Gloomy น้องหมีสีชมพูผู้ก้าวร้าวออกมาได้
โดยทั่วไปคนเรากลัวหมีตัวโตๆ แต่ตุ๊กตาหมีกลับเป็นสิ่งน่ารักน่ากอด เจ้าคาแรกเตอร์ตัวนี้เกิดมาจากความขัดแย้งนี่ มันเป็นหมีเหมือนกัน แต่รวมข้อแตกต่างสุดขั้วสองด้านเข้าไว้ด้วยกัน แต่แน่ล่ะ ผมใส่ไอเดียใหม่ๆ เข้าไปด้วย ถ้าจะให้ดี คุณควรซื้ออาร์ตบุ๊คผมมาเปิดดูหน้า 1, 70 และ 71 เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม (๕๕๕) ตอนแรกมันยังไม่มีสีเพราะเป็นแค่ภาพร่าง ตอนผมคิดใส่สีให้มันเป็นครั้งแรก มันเป็นสีฟ้าอ่อน และเหลืองกับชมพูนิดหน่อย แต่พอทำไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าควรเลือกสีหลักสีใดสีหนึ่งไปเลย ก็เลยเลือกสีที่น่ารักสุดๆ คือสีชมพู ซึ่งเป็นสีที่ดูมีความรุนแรงน้อยสุด คุณว่ามั้ย (๕๕๕) แถมยังเป็นสีที่ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตจริงๆ ที่สุดด้วย เหลืองกับฟ้ามันไม่เวิร์คน่ะถ้าคิดในแง่นี้

มีศิลปินคนไหนที่คุณชื่นชอบเป็นพิเศษ หรือได้รับแรงบันดาลใจบ้างไหม
ผมไม่มีศิลปินต้นแบบคนไหนเป็นพิเศษ อันที่จริงถ้าเป็นอย่างนั้น ผมคงคิดไอเดียสดๆ ใหม่ๆ ออกมาไม่ได้ แต่เร็วๆ นี้เอง ผมเพิ่งไปติดใจ HAPPY TREE FRIENDS เข้าอย่างไม่คิดฝัน ความสุดโต่งของมันน่าขำทีเดียว ผมซื้อ DVD เลยแหละ

คุณพยายามสื่ออะไรออกมาในงาน
มันขึ้นอยู่กับงาน ผมพูดไม่ได้หรอกว่าผมพยายามจะสื่อความคิดอะไรออกมาเป็นพิเศษ แต่โดยทั่วไปก็เล่นกับความขัดแย้งที่ปรากฏให้เห็นในชีวิตประจำวัน มันคงจะดีถ้าผู้คนเข้าใจความหมายในงานผมออกไปต่างๆ กันในแต่ละบุคคล ผมเลยไม่อยากตั้งใจสื่อสาร ข้อความ ใดข้อความหนึ่งโดยเฉพาะ สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมก็คือของเล่นน่าเบื่อๆ ที่ถูกวางสลดๆ ไว้ในร้าน จะว่าไป พวกมันเป็นครูของผมเลยก็ว่าได้

คุณได้ขยายอาณาเขตไปในดินแดนของเล่น รวมทั้งทำอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือ ฯลฯ มีแผนการอะไรสำหรับอนาคตอีกมั่ง
ผมแค่สงสัยว่าจะมีวิธีไหนให้ได้วาดสิ่งที่อยากวาดไปจนตลอดชีวิตหรือเปล่า (๕๕๕)

คุณว่าทำไม Gloomy Bear ถึงฮ็อตฮิตติดจรวด
ผมก็อยากถามคนซื้อด้วยคำถามนี้อยู่เหมือนกันฮะ คงมีคนที่คิดอะไรคล้ายๆ ผมมั้ง ผมรักน้อง Gloomy เพราะงั้นคงมีคนที่เหมือนผมอยู่ในโลกภายนอกนั่นอยู่มั่งแหละ

คุณช่วยอธิบายกระบวนการคร่าวๆ ในการออกแบบของเล่นได้ไหม คุณสเก็ตช์ออกมาก่อนแล้วพัฒนาคาแรกเตอร์ต่อทีหลัง หรือว่ากลับกัน
ปกติแล้ว การสเก็ตช์คือขั้นตอนแรกของการสร้างคาแรกเตอร์ แต่บางทีเราก็เริ่มจากการปั้นดินน้ำมัน เราว่าการปั้นมันให้ออกมาเป็นรูปสามมิติทำให้มันเป็นเรื่องง่ายและยังทำให้เราเข้าใจบุคลิกของคาแรกเตอร์นั้นๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งนี่เป็นวิธีที่เราใช้สื่อสารกับคาแรกเตอร์ของเรา

ข้อดีของงานออกแบบของเล่น และข้อเสียล่ะ
มีแต่ข้อดีน่ะสิ! สิ่งที่มีตัวตนแค่เฉพาะในหัวของผมผ่านกระบวนการต่างๆ กลายเป็นโปรดักท์ วิเศษที่สุด และยังมีคนชอบมันพอจะเดินดูซื้อกลับบ้านไปดูเล่น และแต่งบ้านด้วยของพวกนี้... ผมรู้สึกยังกับทุกคนทำสิ่งนี้เพื่อผมน่ะ ผมรู้สึกดีมากเลย ไม่มีอะไรเป็นแง่ลบหรอก แต่ถ้าต้องหาข้อเสียอะไรสักอย่าง ก็คงเป็นตอนของที่ทำออกมาดันไม่เหมือนกับที่คิดไว้ ทำให้ผมเจ็บใจเวลาสิ่งที่ต่างจากที่คิดถูกเอาไปวางเรียงบนชั้นขายของ ซึ่งมันไม่ใช่ความผิดของพวกของเล่นหรอก นั่นยิ่งทำให้เจ็บเข้าไปใหญ่

คุณสะสมของเล่นไหม สะสมอะไร
ผมเคยสะสมหนังสือการ์ตูนอเมริกัน แต่ตอนนี้ผมถูกของๆ ตัวเองรายล้อมจนไม่มีที่เหลือให้เก็บอย่างอื่น

ของเล่นโปรดของคุณตอนเด็กๆ และตอนนี้คืออะไร
ตอนเด็กๆ ผมชอบหุ่นกันดั้ม เคยไปต่อแถวที่ร้านตอนรุ่นใหม่ออก ผมก็ยังชอบมันอยู่นะ ถึงจะไม่มีในครอบครองก็เหอะ รุ่นใหม่สมัยนี้สุดเจ๋งเลยเทียบกับเมื่อก่อน นอกจากนี้ ตอนเด็กๆ ผมยังชอบรถบังคับวิทยุด้วย แต่ตอนนี้ผมมีรถของจริงแล้วล่ะ

ถ้าคุณมีอำนาจวิเศษอย่างซูเปอร์ฮีโร่ คุณจะทำอะไรบ้าง
ผมจะชุบชีวิตให้แม่ เพื่อให้แม่มานั่งฟังผมโม้เรื่องความสำเร็จต่างๆ นานาของผม แต่นั่นคงเป็นไปไม่ได้หรอก ถึงจะอาศัยพลังวิเศษก็ตาม (๕๕๕)

From: http://www.playtimes-magazine.com/vol01issue08.htm